ภาวะพร่องฮอร์โมน เรื่องที่ผู้ชายวัยทองต้องรู้!

สนับสนุนโดย แทงบอล

ภาวะพร่องฮอร์โมน เพศชาย (Hypogonadism) เป็นอาการที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใด แต่จะค่อยๆเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ จนคุณผู้ชายหลายคนไม่ได้สังเกตเห็น พออาการเริ่มมากเข้าก็คิดว่าเป็นเพราะวัยที่เริ่มร่วงโรยไป รู้สึกชินกับอาการดังกล่าว ทำให้ไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดต้องหาที่ปรึกษา

สมาคมที่ศึกษาเกี่ยวกับผู้ชายสูงวัย (The International Society for The Study of Aging Male หรือ ISSAM) ได้ให้คำจำกัดความของ ภาวะพร่องฮอร์โมน เพศชาย ไว้ว่า เป็นภาวะที่การทำงานของระบบการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Gonadal Function) เริ่มลดลง จนกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเสื่อมของร่างกาย (Aging Process) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจ คล้ายกับในผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน

รู้ได้อย่างไร ว่าเข้าข่าย “ภาวะพร่องฮอร์โมน”
โดยปกติฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงเมื่ออายุประมาณ 50 ปี แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วง ขาดการพักผ่อนต่อเนื่อง อาจมีปัญหาได้ตั้งแต่อายุ 40 – 45 ปี โดยสังเกตได้จากสัญญาณเตือนเบื้องต้น ดังนี้

ด้านระบบประสาทและจิตใจ ได้แก่ หลงลืม สมาธิความจำสั้น หงุดหงุดง่าย กระสับกระส่าย วิตกกังวล

ด้านร่างกาย มีอาการร้อนวูบวาบ ปวดตามข้อ ปวดเมื่อยตามร่างกายทั้งๆที่ไม่ได้มีกิจกรรมหนัก ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง เคยแบกของเป็นกิโลๆ ตอนนี้ยกอะไรแทบไม่มีเรี่ยวแรง เหนื่อยหน่ายไม่อยากจะทำอะไร อ่อนเพลีย หนังตาจะปิดโดยเฉพาะหลังทานอาหาร

ด้านเพศ โดยหนวดเคราจะขึ้นช้าลง อารมณ์ทางเพศเริ่มลดลงไปจนขาดความสนใจในกิจกรรมทางเพศ การแข็งตัวของอวัยวะลดลง
ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ เพราะการวินิจฉัยจากอาการอย่างเดียวไม่เพียงพอต้องมีการประเมินจากแบบสอบถามและตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ

รู้ให้ชัด ด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ฮอร์โมนเพศชายที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ คือ ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ซึ่งปกติต่อมใต้สมองส่วนหน้าจะคอยกระตุ้นให้อัณฑะสร้างฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนอย่างสม่ำเสมอ โดยฮอร์โมนนี้จะมีระดับสูงสุดในช่วงเช้า ประมาณ 7-11 นาฬิกา และเริ่มจะลดระดับลงในช่วงบ่ายจนถึงเย็น ดังนั้นการตรวจหาภาวะพร่องฮอร์โมนที่ดีที่สุดคือการตรวจในช่วงเช้านั่นเอง

ไม่เพียงแต่วัยที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ภาวะอ้วนลงพุงก็อาจนำไปสู่ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายได้ คุณผู้ชายทุกคนจึงควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ และตรวจหาความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง เบาหวาน ตรวจปัสสาวะ ตรวจหามวลกระดูก (Bone Mineral Density) ตรวจเอ็กซ์เรย์ทรวงอก (Chest X-ray) ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อปรับพฤติกรรมก่อนที่จะเสี่ยงภาวะพร่องฮอร์โมนก่อนวัยอันควร

การรักษาภาวะพร่องฮอร์โมน
ส่วนใหญ่แพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุที่ให้เกิดภาวะพร่องฮอร์โมน แล้วมุ่งแก้ไขในต้นเหตุของปัญหาดังกล่าว เช่น การปรับพฤติกรรม การรักษาโรคที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยมีเป้าหมายให้ผู้ที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายมีระดับฮอร์โมนเป็นปกติและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิตใจ ใช้ชีวิตโดยปราศจากโรคเรื้อรัง และจะต้องมีการกลับคืนของสุขภาพทางเพศ สามารถมีกิจกรรมทางเพศได้

สนับสนุนโดย เเทงบอล

สนับสนุนโดย แทงบอลออนไลน์

Related post

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *